Wired to create เรามีสมองที่สร้างมาให้สร้างสรรค์

           ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการค้นหาทิศทางของเราเองในการทำงาน เป็นการฝึกฝนที่ไม่เหมือนหรือทำตามใคร ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ มันคือการเรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ คือการเรียนรู้ที่จะยอมรับคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

เราเชื่อว่ามนุษย์มีสมองที่ถูกสร้างมาเพื่อให้สร้างสรรค์ โดยเฉพาะในภาวะที่ลำบาก มีข้อจำกัดมากมาย เป็นเหมือนบททดสอบความพยายามความตั้งใจจริง ศิลปินที่เก่งๆ ก็ยังหาทางออกที่สร้างสรรค์ สามารถใช้ช่วงเวลานั้นสร้างผลงานศิลปะที่โดดเด่นขึ้นมาได้

ในช่วงเวลาที่เราถูกจำกัดออกไปไหนไม่ค่อยได้ บังคับให้กิจกรรมในแต่ละวันของเราช้าลงไป ทำให้มีเวลาที่จะคิดย้อนกลับไป ทำให้นึกถึงสิ่งที่ค้างคา สิ่งสำคัญที่เราอยากทำให้เสร็จแต่ก็ไม่ได้ให้เวลากับมันมากนัก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่จะกลับไปเริ่มให้ความสำคัญและจริงจังกับมันอีกครั้ง

เราเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนึงจบไป Wired to Create: Unraveling the Mysteries of the Creative Mind หนังสือที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ เป็นหนังสือที่เราซื้อเพราะชอบชื่อ มันฟังดูน่าสนใจดี

แต่ละคนอาจมีมุมมองเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ต่างกันไป บางคนอาจคิดว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าใครๆ บางคนอาจรู้สึกกลัวที่จะต้องแสดงออกทางความคิด บางคนอาจคิดว่าจะต้องฝึกฝนอีกเยอะกว่าจะเข้าถึงศักยภาพที่มีอยู่ หรือบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่คิดสร้างสรรค์เอาซะเลย

ตอนเป็นเด็กเรามักจะชอบสงสัย อยากรู้ว่าสิ่งต่างๆ มันทำงานยังไง ของเล่ชิ้นนี้มันถูกสร้างมาได้ยังไง บางครั้งเราอาจรื้อแกะของเล่นนั้นเพียงเพื่อที่จะประกอบมันเองอีกครั้ง การเป็นคนคิดสร้างสรรค์และสงสัยนั้นเป็นพื้นฐานของเรามาตั้งแต่เด็กๆ เราต่างเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ เพื่อประดิษฐ์ ออกไปสำรวจและทดลอง

เด็กเกิดมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ ในช่วงเริ่มต้นที่ต้องใช้ประสาทสัมผัส ใช้สัญชาติญาณที่จะเอาตัวรอดและเรียนรู้โดยที่ไม่ต้องคิดวิเคราะห์ เด็กๆ ชอบสำรวจ ทำความรู้จักสิ่งใหม่ๆ ลองเอาของทุกอย่างยัดเข้าปาก จะได้รู้มันมันมีรสยังไง มีรูปร่างเป็นยังไง

เด็กๆ พัฒนาทักษะการสื่อสารโดยการพยายามทดลองทำเสียงแบบต่างๆ บางครั้งก็ค้นพบว่าการแสดงออกบางอย่างนั้นทำให้ผู้ใหญ่สนใจ ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะจับเอาขวดเขวี้ยงทิ้งไป ทำกระถางต้นไม้แตกกระจาย นั่งดูผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจ เริ่มเล่นกับดิน กินดิน

เด็กๆ และศิลปินก็คงมีความคล้ายกันในมุมของความอิสระในการแสดงออกในแบบที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ ไม่ว่าจะทำเสียงหรือทำกิริยา ที่ทำลงไปเพราะต้องการทำ เพราะต้องการลองทำสิ่งใหม่ๆ เพราะมีสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมา

การเป็นคนคิดสร้างสรรค์นั้น ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แต่เป็นการสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเเรา ให้ความสนใจมากขึ้นเหมือนตอนเป็นเด็ก มันคือการกลับไปรับฟังกับความต้องการของตัวเอง สังเกตและใช้สัญชาติญาณความเป็นในเด็กที่มักจะหายไปเมื่อเราโตขึ้น

ความเป็นศิลปินนั้นมีอยู่ในตัวเราทุกคน ไม่ว่างานศิลปะนั้นจะเป็นอะไร เรามีความสามารถที่จะสร้างสรรค์ ออกไปค้นหา ทำการทดลอง แสดงสิ่งที่ตัวเองสนใจออกมา แสดงความสนใจในตัวของคนอื่นๆ

แต่ความคิดสร้างสรรค์เองก็เข้าใจยาก คนที่คิดสร้างสรรค์นั้นมักจะมีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน Picasso เองได้พูดถึงขั้นตอนการทำงานของตัวเอง ว่าการวาดภาพนั้นไม่ใช่งานที่คิดไว้แต่แรกทั้งหมด ระหว่างที่วาดอยู่นั้น ความคิดของเค้าจะเปลี่ยนแปลงไป และถึงแม้จะวาดเสร็จ มันก็ยังเกิดความอยากที่จะเปลี่ยนอีก

นักเขียนบางคนไม่สามารถควบคุมขั้นตอนการทำงานได้ บางครั้งก็เขียนไปได้เรื่อยๆ ทั้งที่ไม่รู้ไม่ได้เข้าใจเรื่องที่จะเขียนทั้งหมด ไม่ได้เข้าใจอย่างแท้จริง แต่การเดินหน้าเขียนต่อไปนั้นก็ทำให้เริ่มเข้าใจมากขึ้น เพิ่มความกระจ่างชัดเจนมากขึ้น และจะรู้บทสรุปของการเขียนนั้นก็เมื่อตอนที่เขียนเสร็จแล้ว

กระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้คนที่ทำงานสร้างสรรค์มีความคิดมีจิตใจที่ยุ่งเหยิง ทำให้เกิดความขัดแย้งกันของความคิด และที่น่าสนใจคืองานศิลปะที่มีค่านั้นก็เกิดจากความคิดที่ยุ่งเหยิง เกิดจากความขัดแย้งทางความคิดของศิลปิน ศิลปินที่เก่งสามารถนำเอาองค์ประกอบที่ยุ่งเหยิงต่างๆ รวมเข้าด้วยกัน ทำให้มันสอดคล้องประสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

ที่คิดสร้างสรรค์คือคนที่มีความสนใจที่หลากหลาย ได้รับแรงบันดาลใจ ได้รับอิทธิพลจากไอเดียและผลงานที่หลากหลาย สามารถหาทางที่จะนำเอาสิ่งต่างๆ มารวมกันได้อย่างลงตัวนั่นทำให้ความคิดสร้างรรค์เป็นสิ่งที่อธิบายได้ยาก เพราะมันรวมเอาหลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกันในเวลาเดียวกัน

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ความเชี่ยวชาญหรือความรู้ แต่มันคือองค์รวมของทั้งภูมิปัญญา อารมณ์ แรงบันดาลใจ แรงกระตุ้น สิ่งที่อยู่เหนือกว่าความธรรมดาทั่วไป มันคือการเปิดรับประสบการณ์ ความต้องการที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน คือความสามารถในการจัดระเบียบจากความไร้ระเบียบ โดยที่ไม่ยึดถือธรรมเนียม

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิ่งที่เรามีหรือไม่มี แต่มันเป็นเหมือนกับนิสัยที่เราทุกคนสามารถมีได้ นิสัยหลายๆ อย่างที่รวมกันแล้วทำให้เราคิดสร้างสรรค์ และไม่ใช่เพียงแค่เก่งหรือมีความรู้หลากหลายเท่านั้น แต่ยังต้องปรับเปลี่ยนได้ดี ต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอก มีความสามารถในการค้นคว้าและคิดหาไอเดียใหม่ๆ

ในหนังสือจะพูดถึงการใช้ชีวิตโดยมีนิสัยของคนคิดสร้างสรรค์ เป็นไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการมีส่วนร่วมกับสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ คนที่ชอบการสร้างสรรค์มองว่าทุกวันคือโอกาสที่จะได้สร้างได้แสดงออก ได้ฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์คิดแก้ไขปัญหาแบบใหม่ๆ ค้นหาความงาม การพัฒนาต่อยอดความคิด ท้าทายบรรทัดฐานของสังคม ชอบเสี่ยงและแสดงออกในความเป็นตัวเองที่แท้จริงออกมา

            ไม่ว่าการแสดงออกของเราจะเป็นในรูปแบบอะไร เช่น ตัวอักษร รูปภาพ ความคิดไอเดียใหม่ๆ ในหนังสือจะพูดถึงนิสัยที่จะช่วยให้เรากลายเป็นคนคิดและแสดงออกได้อย่างสร้างสรรค์มากขึ้น