วิธีกำหลาบเด็กดื้อ ทำอย่างไร

วิธีกำหลาบเด็กดื้อ Naughty ทำอย่างไร

โดยสำหรับ ความดื้อ หรือเด็กดื้อ Naughty  เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของเด็ก ที่จะเกิดขึ้นตามวัยของเด็ก การที่เด็กเล็กวัย 0-6 ปี แสดงอาการต่อต้านพ่อแม่ออกมา ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและพัฒนาการของพวกเขา โดยลูกกำลังทำการทดสอบกรอบที่พ่อแม่วางไว้ เพื่อดูว่าตัวเองอยู่ในภาวะที่เข้มงวดแค่ไหน และการที่เด็กวัยนี้ดื้อไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย การทดสอบขีดจำกัดเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงการเติบโตทางจิตใจว่าลูกของคุณกำลังคิดด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะใช้เหตุผล และตัดสินใจเลือก ในฐานะพ่อแม่คุณควรรู้ให้ทันพัฒนาการของลูกน้อย

ทำไมลูกถึงดื้อ Naughty และเอาแต่ใจตตนเองอยู่เสมอ?

โดยธรรมชาติของมนุษย์ทกคนแล้ว ไม่ว่าจะในวัยไหนล้วนแต่ต้องการความสุขสมหวังเป็นเรื่องปกติ และเด็กเล็กๆ ก็เช่นกัน และถ้าหากเด็กไม่ได้ดั่งใจขึ้นมาก็เกิดความข้องใจ เขาจึงต้องบรรเทาอาการคับข้องใจนั้นด้วยอาวุธที่ติดตัวมาแต่เกิด คือการร้องไห้โวยวายนั่นเอง

แต่การร้องไห้โวยวายนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นจะต้องให้ลูกบรรเทาความข้องใจด้วยวิธีนี้ตลอด เพราะเมื่อเราช่วยลูกควบคุมอารมณ์ร้องไห้เอาแต่ใจเป็น ระดับความอึดหรือความอดทนต่อความคับข้องใจของลูกก็จะสูงขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่า ลูกจะรู้จักผิดหวัง อดทน และรู้จักตัดใจเก่งยิ่งขึ้น นั่นเอง

หากพ่อแม่มีความชัดเจนว่า ต้องการอะไรจากลูกให้ลูกได้รับรู้ เขาจะค่อย ๆ ทำการปรับตัว ไม่ร้องไห้นาน นั่นคือพ่อแม่ต้องมีกฎในใจตนเองแล้วบังคับใช้ให้เป็นโดยการปรับตัวสร้างสมดุลให้ระหว่างพ่อแม่และลูกสำหรับความเชื่อใจมีความยากและบางครั้งก็กินเวลานาน โดยเด็กบางคนร้องไห้เอาแต่ใจไปจนถึง 7-8 ขวบเลยก็มี

 

การกำราบลูกดื้อควรทำอย่างไร?

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง คุณจะต้องไม่ลืมว่า การที่จะทำให้เด็กสร้างสมดุลระหว่างการเป็นตัวของตัวเองกับการเชื่อฟังพ่อแม่นั้น ไม่ใช่เกมการแก้ปัญหา เมื่อพ่อแม่เห็นพฤติกรรมร้องไห้เอาแต่ใจขอให้ใช้ “เทคนิคเพิกเฉย” ทันที โดยเทคนิคนี้สามารถทำได้เมื่อลูกอายุประมาณ 1 ขวบขึ้นไปถึงจะเกิดผล

  • เทคนิคเพิกเฉย คืออะไร?

เทคนิคการเพิกเฉยในขณะที่ลูกร้องไห้เอาแต่ใจ เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้และฝึกการควบคุมตนเอง อย่าคิดว่าเทคนิคนี้คือการทอดทิ้งลูก โดยอีกนัยหนึ่งเทคนิคนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เราพ่อแม่ได้ทำการสงบสติอารมณ์ตนเองด้วยเช่นกัน

การพยายามที่จะโอ๋ลูกอย่างที่พ่อแม่หลายคนชอบทำนั้น นอกจากไม่ช่วยให้เด็กพัฒนาตนเองแล้ว ยังส่งผลเสียต่อพ่อแม่ อีกด้วย เพราะเด็กจะมองไม่เห็นความชัดเจนของการเป็นผู้นำและไม่เห็นความเข้มแข็งของเรา

 

 เทคนิคเพิกเฉยมีขั้นตอนการทำอย่างไร?

 

  • การสงบสติอารมณ์ของตัวคุณเองให้ได้เสียก่อน โดยต้องเริ่มจากตัวคุณเองเสียก่อนเป็นอันดับแรก คุณจะต้องอารมณ์เย็นไม่ปล่อยอารมณ์คล้อยตามลูก
  • จ้องมองหน้าลูกในขณะนั้น โดยที่คุณจะต้องทำการมองหน้าและสบตาลูกให้ได้ และจำเป็นที่จะต้องพูดโต้ตอบลูกด้วยเสียงที่นิ่ง สีหน้าเรียบของคุณต้องนิ่งเฉยที่สุด
  • การเพิกเฉยต่อลูก ทั้งคำพูด ท่าที สายตา และไม่พูดซ้ำว่า ลูกต้องเงียบ เพราะจะเป็นการเพิกเฉยไม่จริง รวมทั้งไม่เช็ดน้ำตาหรืออุ้ม ถ้าลูกพยายามเข้ามาให้กอดหรือให้อุ้ม ก็ควรลุกขึ้นยืนและหันไปทำอย่างอื่นแทน แต่อย่ามีท่าทีทอดทิ้งลูกไป ต้องเป็นท่าทีว่าเรามีงานอื่นที่ต้องทำ หากเราหวั่นไหวและลูกก็สามารถจับได้
  • ในกรณีที่ลูกทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่น รวมทั้งการทำลายข้าวของ อนุญาตให้หยุดเพิกเฉยชั่วคราว ถ้าลูกทำเช่นนั้นให้หันกลับไปจับมือลูกแน่นๆ ประมาณ 10 วินาที และมองหน้าลูกพร้อมพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า “ไม่ตีแม่/ไม่โยนของ” แล้วแกะของออกจากมือ จากนั้นปล่อยมือลูกและเฝ้าดูอีกสักครู่ หากลูกลุกขึ้นมาตีหรือโยนของอีกให้ทำซ้ำแบบเดิมจนกว่าลูกจะหยุด แล้วให้กลับไปเพิกเฉยต่อ
  • หากลูกมีอาการที่สงบลงแล้ว เรียกลูกหรือเดินไปหาลูก โดยขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะไปทำการตอกย้ำลูกว่า เขาจะได้รับความสนใจก็ต่อเมื่อมีพฤติกรรมที่ดีแล้วนั่นเอง

 

โดยการอบรมบ่มนิสัยที่ดีแก่ลูกนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่ออนาคตที่ดีและการเจริญเติบโตที่ดีของเขา เราเหล่าพ่อและแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูพวกเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างเป็นคนดีและเป็นคนที่มีศักยภาพดีที่สุดเท่าที่เค้าจะเป็นได้

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่