สุขภาพจิต

สุขภาพจิต mentality

เดิมทีแล้วนั้นในสังคมไทยของพวกนี้ ไม่ค่อยบ่อยนักที่จะมีปัญหาในเรื่องนี้ เนื่องจากเรามีการปกครอง การใช้ชีวิตในสังคมแบบพ่อกับลูก นายกับบ่าว มีการยืดหยุ่นและอะลุ่มอล่วยต่อกันทำให้ปัญหาทางด้านสุขภาพจิต mentality มีน้อย แต่ในปัจจุบัน อิทธิพลของปรัชญาตะวันตกที่ว่าทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน อาจจะแสวงหาความเท่าเทียมกันได้ด้วยการศึกษา บางดนต่อสู้ดิ้นรนแล้วประสบดวามสำเร็จ บางคนไม่พอใจ น้อยใจเสียใจ ผิดหวังในโชดชะตาพาลเกลียดตนอง ความดับข้องใจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับว่า อยากได้อะไรแล้วไม่ได้ดั่งหวัง จะตกเป็นตะกอนแห่งความขุ่นมัวในใจ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ คิดฟุ้งซ่าน คิดแล้วคิดเล่า เฝ้าแต่คิดในเรื่องเดียวกัน กลัวความมืด กลัวที่สูง กลัวไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หงุดหงิด ตกใจง่าย ซึ่งเป็นที่มาของโรคประสาทนั่นเอง

ที่มาของสุขภาพจิตบกพร่อง mentality

ชีวิตความเป็นอยู่ที่สับสนวุ่นวาย ในสังคมเมืองที่กำลังจะเปลี่ยนไป ทั้งทางด้านขนบธรรม-เนียมประเพณีและค่านิยมต่าง ๆ มีผลให้เกิดปัญหาสังคม เช่น ปัญหาสุขภาพจิต โรคจิต โรคประสาทซึ่งมักจะเกิดจาก สิ่งแวดล้อมรอบตัวในวัยเด็ก เช่น ความรัก การเลี้ยงดูเอาใจใส่ของบิดามารดาการยอมรับ มากกว่าก รมพันธุ์หรือโรคทางสมอง ผู้ที่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่มีสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น

เมื่อมาพบกับความผิดหวัง ตกงาน สอบเข้าทำงาน 2แห่ง ติดแต่ข้อเขียนไม่ติดสัมภาษณ์สอบตก อกหัก ล้มละลายทำการค้าผิดพลาด ฯลฯ จะสามารถปรับตัวได้ดี ไม่ก่อให้เกิด โรคจิต โรคประสาทแก่ตนเอง

สถิติปัญหาสุขภาพจิต

ในปี 2528 ประชากรไทยป่วยด้วยโรคจิต โรคประสาท ประมาณ 8แสนคน คนไทยติดอันตับป่วยด้วยโรคจิต โรคประสาท อันดับที่ 6 ของโลก ผู้ป่วยด้วยโรคจิต โรคประลาทเข้ามรักษาในโรงพยาบาล มีประมาณ 6000 คน ต่อเดือน

องค์การอนามัยโลก ปี 2528 พบว่า มีประชากรในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณ 50ล้านคน ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตบกพร่อง และผู้ที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล ประมาณ10 เปอเซ็น หรือมากกว่านั้น ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตบกพร่องหรือที่เราเรียกว่า โรคจิต โรคประสาท

วิธีสำรวจตนเองตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ดังนี้

  1. การสำรวจตนเอง (โดยใช้ความรู้สึกของตนเอง)
  • เชื่อมั่นในตนเอง
  • มั่นใจและอบอุ่นใจในสภาพของตนเอง
  • คิดริเริ่ม
  • ได้รับความสำเร็จ
  • ตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและขึ้นอยู่กับสังคมบ้างบางกรณี
  • มีความรู้สึกว่าตนเองมีความสัมพันธ์ไกล้ชิดสนิทสนมกับคนบางคน เช่น พี่น้อง บิดามารดาเพื่อนฝูง
  • อยู่ในสังคม รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพังคนเดียวในสังคม วิถีการดำเนินชีวิตของตนเองและสมาชิกคนอื่นในสังคมจำเป็นต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
  • เจริญก้าวหน้า มีความรุ่งเรืองของตนเองอยู่ตลอด
  • ความสุขในชีวิต
  • กังวล ความรู้ผิด ตลอดจนความรับผิดชอบในเรื่อง ๆ พอสมควร
  1. การสังเกตผู้อื่น (โดยดูจากคุณสมบัติดังต่อไปนี้)
  • เขามีความสามารถในการทำงาน
  • สนใจที่จะรวมกลุ่มกับผู้อื่น
  • แรงจูงใจให้ทำสิ่งต่าง ๆ และกิจกรรม
  • เข้าใจสภาพสังคมและรู้จักเหตุผล
  • แสดงออกในท่าที่ต่าง ๆ เสมอต้นเสมอปลาย
  • เขามีส่วนในกิจกรรมทางเพศในขอบข่ายของวัฒนธรรม
  • แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบของอารมณ์ที่แสดงออกมานั้นผู้อื่นสามารถเข้าใจได้
  • สังสรรค์ได้กับคนทุกระดับชั้น

 

คนปกติควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ สามารถดูแลช่วยเหลือพึ่งตนเองได้ สามารถหาความสุขให้ตนเองพอเหมาะพอควรแก่สภาพความเป็นอยู่ สามารถปรับตัวให้เข้ากับบุคคลและสภาพการณ์ได้ทุกระดับชั้น ในบางกรณีแม้ว่าการปรับตัวในเหตุการณ์บางอย่างจะไม่ได้ดีเท่าที่ควรก็สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงเข้มแข็ง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่