การเลือกคู่สมรส

การเลือกคู่สมรส Mate Selection

ในการเลือกคู่สมรส Mate Selection เป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมพฤติกรรมในเรื่องเพศ การเลือกคู่สมรสเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่นำไปสู่การสมรส การสร้างครอบครัว รวมถึง การขยายเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้ดำรงอยู่ต่อไป  การเลือกคูเป็นชั้นตอนที่สำคัญของบุคคล และของกลุ่มโคตรตระกูล  หรือกลุ่มเครือญาติ  เพราะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนอันนำไปสู่ความร่วมมือกันทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความมั่นคงของกลุ่ม 

เลือกคู่สมรส Mate Selection คือะไร

จะเห็นได้ว่า เกือบทุกสังคมจะมีกฎเกณฑ์หรือบรรทัดฐานเกี่ยวกับการเลือกคู่สมรสว่าจะเลือกอย่างไร ผู้ใดควรจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือก และผู้ถูกเลือกควรจะเป็นใคร กฎเกณฑ์เหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสังคม แต่ละชนชั้น วรรณะ แต่ละกลุ่มเศรษฐกิจ 

ซึ่งบางกลุ่มสังคมวัฒนธรรม ก็อนุญาตให้หนุ่มสาวมีสิทธิในการเลือกคู่สมรสของตนเองโดยเสรี แต่บางสังคม การเลือกคู่สมรสของสมาชิกในกลุ่มถือเป็นหน้าที่ของผู้อาวุโสหรือบิดามารดาของหนุ่มสาว โดยเฉพาะบิดา หนุ่มสาวจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และบางสังคมอาจจะยอมรับกฎเกณฑ์ทั้ง 2 แบบ

 จากการศึกษาของ Wiliam N. Stephens (1963) นักมานุษยวิทยาได้ศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลจาก 40 สังคมวัฒนธรรม ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากการออกไปสัมภาษณ์ของนักชาติพันธ์วรรณนา (Ethnographers) ที่ทำการศึกษาประชากรในสังคมประเพณี สังคมเจ้าขุนมูลนาย (Feudal)และสังคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ Stephens พบว่า สังคมที่มีระบบครอบครัวเป็นแบบครอบครัวขยาย และมีการนับญาติสายเดี่ยว (Unilineal kin group) ผู้อาวุโสหรือหัวหน้ากลุ่มเครือญาติจะทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเรื่องการสมรส 

และการเลือกคู่ให้กับสมาชิกรุ่นเยาว์ของครอบครัวหรือที่เรียกว่า “การคลุมถุงชน” (Arranged System)ส่วนสังคมที่มีระบบครอบครัวเป็นแบบครอบครัวเดี่ยวที่ประกอบด้วยสามีภรรยา (Conjugal

family) และมีการนับญาติแบบสายคู่ (Bilineal kin group) หนุ่มสาวจะได้รับอนุญาตให้เลือกคู่สมรสของตนเองได้โดยเสรี ซึ่งมีอยู่เพียง 5 สังคม (รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา) เท่านั้น 

การเลือกคู่สมรสในสังคมเผ่า และสังคมประเพณี หรือสังคมเกษตรกรรม

ในสังคมเผ่าและสังคมประเพณีหรือสังคมเกษตรกรรม ลักษณะอาชีพต้องการดังนั้นส่วนใหญ่จึง แรงงานมาช่วยในการประกอบอาชีพหรือช่วยกันทำมาหากินในครอบครัวมากนิยมมีครอบครัวขนาดใหญ่ซึ่งเรียกว่า ครอบครัวขยาย ซึ่งเป็นกลุ่มพื้นฐานของการจัดกลุ่มแบบโคตรตระกูล (Clan) หลายโคตรตระกูลก็รวมกันเป็นเผ่า (Tribe) นั่นเอง

ซึ่งภายในครอบครัวขยายจะมีการร่วมมือกันในการทำมาหากิน พึ่งพาอาศัยกันยามเจ็บไข้ได้ป่วยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผู้ใหญ่จะทำหน้าที่เลี้ยงดูอบรมสั่ สั่งสอนผู้เยาว์ ในด้านต่าง ๆ ผู้เยาว์จึงเคารพเชื่อฟังผู้สูงวัยกว่า ดังนั้น การเลือกคู่สมรสผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสจึงทำหน้าที่เลือกให้โดยไม่สนใจความรู้สึกของหนุ่มสาว ซึ่งอาจจะเลือกโดยผ่านแม่สื่อ

ภายหลังการสมรสจะนิยมนำคู่สมรสซึ่งเป็นคนนอกกลุ่มครอบครัวเข้ามาอยู่ร่วมภายในครอบครัวใหญ่ ดังนั้นถ้าให้หนุ่มสาวเลือกเองอาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้มาใหม่กับกลุ่มเครือญาติได้ อันจะนำไปสู่ความไม่สงบภายในครอบครัว ดังนั้น ผู้อาวุโสหรือหัวหน้ากลุ่มครอบครัวจึงถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องจัดการให้โดยถือว่า ผู้ใหญ่มีประสบการณ์มากกว่าและเด็ก ๆ เมื่อแต่งงานอยู่กินกันไปแล้วก็รักกันไปเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องพบปะสังสรรค์กันก่อนซึ่งการเลือกคูโดยผู้ใหญ่จัดการให้นี้ 

เกือบทั้งหมดพบว่า มักจะเลือกจากกลุ่มครอบครัวที่มีความคล้ายคลึงกัน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เชื้อชาติ ศาสนา เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการคำนึงถึงปัจจัยเกี่ยวกับสินสอดทองหมั้น ได้แก่ ค่าตัวเจ้าสาว (bride price) หรือค่าตัวเจ้าบ่าว (groom price) ตลอดจนประเพณีนิยมและทำให้สัมพันธภาพระหว่างกลุ่มสังคมทั้ง 2 กลุ่มแน่นแฟ้นมั่นคงยิ่งขึ้น สำหรับหนุ่มสาวการจัดเลือกคู่สมรสให้โดยผู้อาวุโสภายในกลุ่มครอบครัวจะทำให้คู่สมรสใหม่มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพราะผู้ใหญ่จะคอยดูแลคู่สมรสใหม่ ให้อยู่กันอย่างราบรื่น และยืนยาว จากพฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้คู่สมรสใหม่ต้องพึ่งพิงครอบครัวใหญ่ตลอดไป และกลุ่มครอบครัวก็ขยายใหญ่ออกไปเรื่อย ๆ

ครอบครัวขยายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมเกษตรกรรมหรือสังคมประเพณี กิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตจะอยู่ในภายในกลุ่มครอบครัวทั้งสิ้น คือ ครอบ ครัวจะเป็นศูนย์กลางในการทำมาหาเลี้ยงชีพทั้งด้านการผลิตและบริโภค เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดประเพณีวัฒนธร มความเชื่อทางด้านศาสนา เลี้ยงดูเด็ก คนชรา คนเจ็บป่วย เป็นศูนย์กลางในการอบรมสั่งสอนความรู้ต่าง ๆ ในการทำมาหากินและการดำเนินชีวิต 

การใช้เวลาว่างก็จะอยู่ที่บ้านหรือรอบ ๆ บริเวณบ้านกับคนเพศเดียวกัน การอบรมขัดเกลาทางสังคม

เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงมีการเคารพนับถือกันตามวัยวุฒิหรืออาวุโส ซึ่งนำไปสู่ความเกรงใจกันระหว่างผู้ใหญ่และผู้เยาว์ภายในกลุ่มครอบครัว การแบ่งงานจะขึ้นอยู่กับอายุและเพศ เวลาว่างมีน้อยมาก และเมื่อมีเวลาว่าง คนแต่ละเพศก็จะใช้เวลาอยู่ในกลุ่มคนเพศเดียวกัน เช่น เด็กผู้หญิงก็จะใช้เวลาว่างเรียนวิธีการเย็บปักถักร้อย หรือการพูดคุยกันเกี่ยวกับงานในครัวเรือน  ส่วนเด็กชายก็จะใช้เวลาว่างอยู่ในกลุ่มเพศชาย ซึ่งมีการสอนให้ทำอุปกรณ์ในการทำมาหากินหรือพูดคุยกันเกี่ยวกับงานอาชีพในอนาคต เป็นต้น

 

 ดังนั้นโอกาสที่นุ่มสาวจะออกไบ่พบปะกับคนนอกกลุ่มจึงมีน้อยมากยกเว้นในกรณีที่มีงานพิธีกงานบุญที่วัด  หรือ การไปโบสถ์เพื่อประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา การที่จะทำความรู้จักหรือเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้นการเลือกคู่สมรสของสมาชิกภายในครอบครัวจึงอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่