ตลาดในเกาหลี

ตลาดในเกาหลี market in korea

เมื่อผู้เขียนเดินทางไปยังประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ได้พบกับเพื่อนที่เคยเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกันมาก่อนชื่อ ดร.ปัก ชุนบก (Park Sun-bok) ตอนนั้นเขาทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขององค์การยูนสโกที่กรุงโซล ผู้เขียนได้ไต่ถามว่า อะไรที่เป็นแก่นหรือสาระสำคัญของชีวิตของคนเมืองโสม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือควรจะเข้าไปดูกิจกรรมใดที่สามารถมองเห็นภาพของการดำเนินชีวิตของชาวเกาหลีอย่างแท้จริง คร.ปักตอบว่า “คนทั่วไปจะได้รับคำแนะนำให้ไปดูตลาดพื้นเมือง market in korea และการปืนเขา เพราะปรากฎการณ์ทางสังคมทั้งสองประเภทนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนเกาหลี” จากคำบอกเล่าดังกล่าวผู้เขียนจึงเริ่มต้นสังเกตและทำการศึกษาเรื่องราวของตลาดของสังคมนี้อย่างจริงจังตามความเข้าใจของคนทั่วโลก

ตลาดในเกาหลี market in korea คืออะไร

คือสถานที่แลกเปลี่ยนสินค้า โดยผู้ซื้อจะเข้าไปจับจ่ายซื้อของที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นอาหารสดอาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคตลอดจนเสื้อผ้าอากรณ์ ไปจนถึงสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าพื้นเมือง วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรเครื่องขนตั ส่วนผู้ขายก็จะนำสินค้าที่ตนผลิตขึ้นหรือไปรับมาขายในตลาด ในตลาดมีกระบวนการต่อรองราคา โดยการซื้อขายจะเกิดขึ้นเมื่อราคาเปีนที่พอใจของผู้ซื้อและผู้ขายปรากฏการณ์ดังกล่าว

 เราสามารถพบเห็นในตลาดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างอิ่งในสังคมของประเทศกำลังพัฒนาที่มีตลาดตั้งอยู่มากมาขตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในเมืองใหญ่และนครหลวง ซึ่งตลาดเหล่านี้เป็นที่นิยมของผู้คนไปจับจ่ายซื้อของกันอย่างแพร่หลาย

แม้ว่าในปัจุบันนี้ รูปแบบของตลาดบางส่วนจะเปลี่ยนไปเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต คอนวิเนียนสโตร์ และห้างสรรพสินค้าที่ อ่อ่าหรูหรา  แต่ตลาดพื้นเมืองก็ยังคงยืนหขัดอยู่ได้ด้วยความนิยมของผู้คนไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งกลายเป็นจุดขายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศชอบที่จะมาเยี่ยมชมในกรุงเทพมหานคร ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่ข้ายมาจากตลาดนัดท้องสนามหลวง  เป็นตลาดที่เปิดทำการในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการอื่น ๆ โดยผู้คนจะสามารถซื้อหาสินค้ำาได้เกือบทุกประเภท ยกเว้นเครื่องจักรขนาดใหญ่และวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ๆ ตลาดนัดจตุจักรจึงเป็นศูนย์รวมของคนกรุงเทพฯ และเป็นที่จับจ่ายชื่อ

ในขณะที่ตลาดสดมีตั้งอยู่แทบทุกจุดของ ของของคนต่างจังหวัดและจากต่างประเทศกรุงเทพฯ ซึ่งเปีดคำเนินการซื้อขายทุกวัน อีกทั้งยังมีดลาดสี่มุมเมืองซึ่งเป็นดลาดขายส่ง ตลาดเหล่านี้ให้บริการแก่ผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากมายทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันมีห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดจำหน่ายสินค้าชนิดและประเกทเดียวกันภายในอาคารที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา พร้อมทั้งมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยไว้บริการลูกค้าอย่างครบครัน แต่คนกรุงเทพฯก็ยังคงไปจับจ่ายซื้อของในตลาดพื้นเมืองดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและตลอดมา

ตลาดของประเทศเกาหลีใต้มีส่วนคล้ำายคลึงกับตลาดในกรุงเทพฯ โดยมีตลาดพื้นเมืองขนาดใหญ่สองแห่ง คือ ตลาดนัมเดมุน (Namdaemun) และตลาดดงเคมุนหรือทงเดมุน (Tongdaemun) นอกจากนี้ มีตลาดสดขนาดกลางและขนาดเล็กตั้งอยู่ตามเขตต่าง ๆ ของนครหลวงแห่งนี้ ในที่นี้ จะพยายามคั้นหาคำตอบด้านลักษณะโครงสร้าง (structure) และหน้าที่ประโชชน์ ((unction) ของตลาดว่ากี่ยวพันกับวิถีทางการดำเนินชีวิตของคนเกาหลีในแง่ใดบ้าง

กรุงโซลในอดีตกาลนั้นจะมีกำแพงเมืองล้อมรอบ และมีประตูเข้าออก 4 ทิศ คือ ดงเดมุน (ทิศตะวันออก) ซอเดมุน (ทิศตะวันตก) ปุกเดมุน (ทิศเหนือ) และนัมเดมุน (ทิศใต้)ปัจุบัน  กำแพงเมืองได้สูญหายไปแล้ว  คงเหลือแต่ประตูเมืองนัมเดมุนและดงเดมุน  และบริเวณใกล้กับกำแพงเมืองทั้งสองแห่งนี้เองเป็นที่ตั้งของตลาดพื้นเรื่องขนาดใหญ่ที่มีประวัติอันยาวนาน  มีกิจกรรมที่แสดงถึงการดำเนินชีวิตของคนเกาหลีที่ผู้ขาขต่างกุลีกุจอขนถ่ายสินค้าทำงานอย่างหนักและรีบเร่งทั้งกลางวันกลางคืนเพื่อทำกิจกรรมของตนให้ได้รับผลสำเร็จโดยเร็ว

 ในตลาดมีผลผลิตส่งมาจกโรงงานและมาจากทุกภูมิภาค รวมทั้งสินค้านำเข้า ส่วนลูกค้ำเป็นทั้งคนในเมืองหลวง จากต่างจังหวัดทั่วประเทศและชาวต่างประเทศมาซื้อหาสินค้าในตอนกลางวัน ในขณะที่เช้ามืดของแต่ละวันจะเป็นเวลาการซื้อขายของผู้ขายส่งและพ่อค้าราคาย่อย มาซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ จึงเป็นภาพแห่งความสับสนอลม่านสะท้อนให้เห็นการดำรงชีวิตของชาวเกาหลี โดยแท้

ตัวอย่าง ของตลาด ตลาดนัมเดมุน

นัมเดมุนตั้งอยู่บริเวณแขวงนัมชาง เขตหุงกูใจกลางกรุงโซล มีอายุยืนยาวถึง586 ปี (นับจนถึงปี ค.ศ. 2000) อาจถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีอายุก่าแก่ที่สุดในประเทศ ตลาดนี้มีสินค้ามากมาขตั้งจำหน่ายแก่ผู้ซื้อที่เข้ามาทำธุรกรรมในตลาคราววันละ 400,000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ 3,500 คน ตลาดนัมเดมุนเปิดคำเนินกิจการครั้งแรกในปี ค.ศ.1414 ซึ่งเป็นยุคอาณาจักร โชซอน (ระหว่างปี ค.ศ. 1392-1910) โดยรัฐบาลได้ให้เช่าสถานที่เพื่อให้ประชาชนมีตลาดซื้อ-ขายสินค้ำในหมู่คนกลุ่มล็ก ๆ จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระเจ้าของโจ ค.ศ. 1724-1776 ตลาดได้ขยายตัวเป็นศูนย์กลางการค้าส่งและขายปลีก

 และในที่สุดกลายเป็นศูนย์กลางตลาดการค้าขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงคนเกาหลีมักกล่าวว่า ตลาดนัมเดมุนเข้าสู่ขุดมืดเมื่อถูกคนญี่ปุ่นเข้ายึดกิจการควบคุมการคำเนินงานของตลาดในช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น (ค.ศ. 1910-1945)แต่ภายหลังที่ได้รับเอกราช พ่อค้ำาเกาหลีได้กลับเข้ามามึบทบาทสำคัญโดยให้อยู่ในความดูแล ของสมาคมพ่อค้าตลาดนัมเคมุน  ต่อมาในปี ค.ศ. 1964 สมาคมพ่อค้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นบรรษัทตลาดนัมเดมุน ซึ่งเป็นองค์กรดำนินการควบคุมดูแลกิจการมาตราบเท่าทุกวันนี้

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่