เพราะชีวิตสมดุลได้ด้วย ” การให้ทาน ”

เพราะชีวิตสมดุลได้ด้วย ” การให้ทาน ” largesse

โดยบทความนี้เขียนถึงการให้ทาน largesse   มีเทคนิคหนึ่งอย่างสำหรับการสร้างความสุขให้แก่เฒ่า คือการมีความสมดุล และความสมดุล นั้นมีหลายด้าน อย่างเช่น สมดุลระหว่างสมองกับหัวใจแล้วก็เหตุผลกับความรู้สึก ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตส่วนรวม สมดุลระหว่างงานกับการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ว่าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องพื้นฐานมากเท่ากับสมดุลระหว่างการรับกับการให้ หรือการได้กับการเสียสละการให้ทาน

การให้ทาน largesse  สื่อถึงอะไร

หายใจเข้า แต่ไม่ยิมยอมหายใจออก ก็ตายสถานที่เดียว รับประทานมากมายแต่ไม่ยอมบริหารร่างกาย โรคร้ายก็สอบถามหา ในลักษณะเดียวกัน แม้มัวแต่เก็บสะสมดงินทอง แต่ไม่ยินยอมแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ร้อน

การมัวแต่รับ แต่ไม่ยินยอมให้ เป็นการปฏิบัติที่สวนกับวิถีธรรมชาติ ต้นไม้นั้นไม่เคยเป็นคนรับฝ่ายเดียว ถึงแม้พึ่งน้ำจากฟ้า ดูดปุ๋ยจากดิน แต่ในขณะเดียวกันก็คายน้ำให้ฟ้า ทิ้งใบแล้วก็กิ่งให้กลายเป็นปุ๋ยคืนสู่ดิน ใช่แต่เท่านั้น ยังให้ดอกและผลเป็น ของกินแก่สรรพสัตว์ แล้วก็ให้ร่มเงาแก่นานาชีวิต เหมือนกันกับลำห้วย เมื่อได้รับน้ำจากเทือกเขาก็ส่งต่อให้แผ่นดินระดับล่างเป็นทอดๆ จนถึงเปลี่ยนเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ผู้คนได้ใช้ประโยชน์มาก วิถีที่การรับรวมทั้งให้แบบนี้ทำให้มีการเกิดความบรรสานใกล้เคียงในธรรมชาติและก็ทำให้โลกนี้น่าอยู่

มนุษย์เราก็ด้วยเหมือนกัน จะสุขสบายรวมทั้งมีชีวิตที่บรรสานคล้ายคลึงได้ การให้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนี้“ทาน”ก็เลยยุติธรรมข้อต้นๆ ในทุกๆศาสนา ไม่ว่าคำอบรมสั่งสอนเรื่องบุญคำกิริยาวัตถุ สังคหวัตถุ หรือแม้กระทั้งทศพิธราชธรรมก็เริ่มด้วยทาน

หากชีวิตมีทาน ทานทำให้ชีวิตเป็นอย่างไร

ทานทำให้ชีวิตมีความสมดุล เพราะเหตุว่าตั้งแต่กำเนิดพวกเราเป็นคนรับฝ่ายเดียว ร่ำร้องรวมทั้งเรียกอีกทั้งของกิน ของเล่นเด็ก ทรัพย์สิน เวลา ความรักจากบิดามารดา ญาติพี่น้อง ตลอดจนวิชาความรู้จากคุณครูโดยนี้เมื่อพวกเราเจริญเติบใหญ่ขึ้นจำเป็นต้องเป็นผู้เสียสละบ้าง ไม่ใช่เพื่อชดเชยพระคุณหรือทดแทนโลกเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังช่วยทำให้พวกเราแฮปปี้ด้วย

การรู้จักให้ ช่วยทำให้จิตใจพวกเราให้ไม่คิดแม้กระนั้นจะเอาฝ่ายเดียว จิตที่คิดแต่ว่าจะเอาเป็นจิตที่ทุกข์ง่าย เนื่องจากถูกเผาลนลานด้วยความละโลบเสมอๆจะต้องดิ้นรนไล่ล่าหาสิ่งต่างๆ มาครองไม่หยุดหย่อน ถึงแม้ได้มาเยอะมากแค่ไหนก็ยังไม่ชอบใจอยากได้เพิ่มเติมก็เลขกล่าวโทษสงบได้ยาก

การให้ ช่วยตัดทอนความอยากได้ ทุเลาความเห็นแก่ได้ ถ้าสิ่งที่ให้นั้นเป็นสมบัติพัสถานหรือวัตถุ ก็ช่วยทำให้พวกเราละความยึดติดถือมั่นใน   “ตัวฉันของฉัน”  ปกติมนุษย์เราย่อมหวงในสินทรัพย์ ด้วยเหตุว่าสำคัญตั้งใจว่าของพวกนั้นเป็น “ของเรา” จุดสำคัญ

ยึดมั่นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นที่มา ที่ความทุกข์ทรมานทั้งสิ้น เพราะว่าสวนกับข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรที่เป็นของพวกเราอย่างแท้จริง และไม่มีอะไรที่จะอยู่กับพวกเราได้ตลอด ถ้ามันไม่จากพวกเราไป พวกเราเองล่ะที่จะเป็นข้างจากมันไป ที่สำคัญก็คือ เมื่อพวกเราถือมั่นว่ามันเป็นของพวกเรา พวกเราต่างหากที่เปลี่ยนเป็นของมันในทันที เป็นกลายขี้ข้าของมันกระทั่งบางทีอาจเจ็บไข้หรือตายเนื่องจากว่ามันได้ (ได้แก่เส้นโลหิตในสมองแตก หรือหัวใจวายเมื่อบ้านถูกยึด เงินโดนโกง) ถ้าเกิดไม่ตายเนื่องจากมัน ในยามใกล้ตายก็บางทีอาจเร่าร้อนใจเนิ่องจากยังหวงอาลัยอาวรณ์ในสมบัติพัสถานพวกนั้น ในที่สุดก็บางทีอาจไปนรกได้


หากต้องการคลายความยึดมั่นถือมั่นในตัวเรา ของข้า อย่างแรกที่ทำเป็นง่ายที่สุดคือเป็นการบริจาค ถ้าเกิดเป็นการให้ ที่จริงจริง เป็นให้โดยไม่หวังอะไรเข้าตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นการให้แก่ผู้ใดก็ตาม จะช่วยทุเลาความยึดติดถือมั่นดังที่กล่าวมาแล้วได้ ซึ่งช่วยทำให้จิตใจโปร่งเตียนค่อยสบาย แช่มชื่น ร่าเริง นี่แหละเป็นความหมายที่จริงของคำว่า “บุญ”

ปัจจุบันนี้เวลาทำบุญสุนทาน ผู้คนมักระลึกถึงโชคลาภรวมทั้งความร่ำรวย หรือ “งาม  ร่ำรวย ฉลาดหลักแหลม สมความต้องการ” แม้นั่นเป็นผลบุญ อย่างหนึ่งของทาน แต่ว่าหาใช่ผลบุญสูงสุดของทานไม่ ผลดีสูงสุดซึ่งสามารถกำเนิดได้จากทานก็คือ การคลายความยึดมั่นในตัวเรา ขอฉัน หรือการลดละความอยากได้ แม้ให้ทานโดยยังหวังได้โชคลาภ ก็ไม่ช่วยทำให้บรรลุถึคุณงประโยชน์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเลย เนื่องจากว่ายังเป็นการให้ที่เจือด้วยความละโมบอยู่

นอกเหนือจากการให้เงินทองแล้ว พวกเราควรจะให้อันอื่นที่มีคุณค่าด้วย ดังเช่นว่า เวลา พลังกาย รวมทั้งเชาน์ การช่วยเหลือเกื้ออูลผู้ทุกข์เข็ญ หากแม้บางคราวจำต้องเจอกับความอ่อนล้า ไม่สบาย แต่สัมผัสได้ถึงความเบิกบานใจ ความปีว่ากล่าวรวมทั้งแช่มชื่นด้านใน สุขสบายที่พิถีพิถันกว่าความสบายหรือความเพลิดเพลินจากการเสพ

ใช่หรือไม่ว่าใช่ เมื่อพวกเรารำลึกถึงตนเองลดลง นึกถึงคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเราจะสุขสบายได้มากยิ่งขึ้น อาสาสมัครนวดเด็กคนหนึ่งเล่าว่า คุณเป็นไมเกรน จำต้องรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน แม้กระนั้นภายหลังที่เป็นจิตสมัครใจได้ไม่นาน ลักษณะของการปวดก็หายไปกระทั่งคุณลืมรับประทานยาไปเลย ส่วนผู้เฒ่าคนหนึ่งเปิดใจว่า ภายหลังที่ได้เป็นอาสาสมัครแยกขยะ เขามีความรู้สึกว่าตัวเองเป็น “ขยะฟื้น” ไม่เคยทราบว่าไม่มีคุณค่าเสมือนในเวลาที่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้าน

น้ำที่ไม่ระบายย่อมแปลงเป็นน้ำเน่า ชีวิตที่ไม่ทราบให้เป็นชีวิตที่ซึมเซาไม่มีสุข ความความสำราญที่จริงไม่ได้มีสาเหตุมาจากการเสพหรือการมีมากมายๆ แต่ว่าอยู่ที่การเสียสละออกไป เริ่มจากสละวัตถุข้าวของ ไปจนกระทั่งสละความยึดติดถือมั่นในตัวตน สละได้มากเท่าไหร่ ก็ช่วยทำให้พวกเราอยู่ในโลกนี้อย่างผาสุกมากมายเพียงแค่นั้น ทั้งยังมีผลให้พวกเราจากโลกนี้ไปได้อย่างสงบสุข ด้วย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่