ความสำคัญของพันธุ์ไม้น้ำ

ความสำคัญของพันธุ์ไม้น้ำ hydrophyte

พันธุ์ไม้น้ำหรือพืชน้ำ hydrophyte ได้แก่ พืชที่มีเมล็ดงอกได้ทั้งในน้ำและพื้นที่ใต้น้ำ โดยต้องมีระยะหนึ่งของชีวิตอยู่ในน้ำ ในทางนิเวศน์วิทยาจะรวมพืชที่อยู่ใต้น้ำที่แท้จริงยกเว้นเวลาที่มีดอกที่อาจจะชุดอกขึ้นสูงเหนือน้ำแบบต่างๆ หรือขึ้นอยู่ในบริเวณที่ลุ่มใกล้น้ำไว้เป็นพืชน้ำพืชน้ำมีความสำคัญต่อสั่งต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ คือจัดว่ามีทั้งประโยชน์และโทษต่อสิ่งแวดล้อม

ประโยชน์ของพืชน้ำ hydrophyte

มีอยู่หลากหลายอย่างด้วยกันสำหรับประโยชน์ของพืชชนิดนี้ เช่น ช่วยเพิ่มวัฏจักรทางชีวภาพ (Biologic circulation) ในน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่เกิดจากสัตว์น้ำ สิ่งเหล่านี้พืชจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์แสง พืชน้ำหลายชนิดยังใช้เป็นไม้ประดับในตู้ปลาและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 

ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำจึงต้องทราบรายละเอียดที่ถูกต้องของพืชน้ำ ทั้งในเรื่องของถิ่นกำเนิดวิธีการขยายพันธ์ ปัจจัยต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำเหล่านั้น เช่นปริมาณ ของแสงแก๊สและอุณหภูมิเป็นต้น นอกจากความสำคัญในแง่คุณประโยชน์ดังกล่าวแล้ว พืชน้ำหลายชนิดจัดเป็นวัชพืช (วัชพืชได้แก่พืชที่ไม่เป็นที่ต้องการ เป็นพืชที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการรบกวนต่อสั่งแวดล้อม ตัวอย่างของวัชพืชน้ำได้แก่ ผักตบชวา ต้นธูปฤาษี ต้นกกและต้นหญ้า เป็นต้น)ที่เกิดและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว 

ทำให้เป็นปัญหาสำคัญในทางเศรษฐกิจ เช่น ขัดขวางการทำการประมง การคมนาคม และระบบการระบายน้ำ ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการกำจัด พืชน้ำจึงมีความสำคัญและมีผู้พยายามศึกษากันมาก มีการศึกษาทั้งในเรื่องวงชีวิต ตั้งแต่ การงอก การเกิดใบ ดอก การกระจายเกสร การผสมพันธุ์ตลอดจนถึงการเจริญเติบโตของเมล็ด

นอกจากนี้ยังต้องศึกษาถึงอิทธิพลที่จะมาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่มีความจำเป็นต่อขบวนการดำเนินชีวิตในน้ำ เช่น ปริมาณของแสง แก๊ส ความเป็นกรดด่าง ความกระด้างและปริมาณของอินทรีย์สารและอนินทรีย์สารและอนินทรีย์สารของน้ำ

โดยพืชที่จัดว่าเป็นพืชน้ำมีจำนวนมากด้วยกัน  เท่าที่มีผู้ศึกษาพบอยู่ในน้ำจืดประมาณ200,000 ชนิด น้ำเค็มประมาณ 30 ชนิด ในจำนวน นี้มีทั้งพืชชั้นต่ำ (ไม่มีดอก) และพืชชั้นสูง (พืชมีดอก) ทั้งชนิดใบเลี้ยงคู่และใบเลี้ยงเดี่ยว พันธุ์ไม้ที่ศึกษากันมากและรู้จักกันดีมักเป็นชนิดที่มีดอกและใบที่สวยงามเหมาะที่จะนำไปเลี้ยงในตู้ปลาและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

วิธีเก็บรวบรวมพันธุ์ไม้น้ำ

พืชที่พบอยู่ในน้ำ พบทั้งที่จมอยู่ใต้น้ำ ลอยที่ผิวน้ำหรืออยู่ในลักษณะครึ่งบกครึ่งน้ำพืชที่ลอยหรือจมอยู่ใต้น้ำมักจะเหี่ยวง่ายเมื่อนำขึ้นมาจากน้ำ นอกจากนี้พืชที่จมอยู่ใต้น้ำมักมีลำต้นอ่อน มีกึ่งและใบขนาดเล็กละเอียด เป็นการยากที่จะรักษารูปทรงเดิมไว้ได้เมื่อจะนำกลับมาศึกษาในห้องทดลองปฏิบัติการหรือเก็บเป็นตัวอย่างโดยการอัดแห้งไว้ 

ส่วนพืชน้ำที่มีลักษณะครึ่งบกครึ่งน้ำไม่สู้จะมีปัญหาในการนำกลับมาศึกษาหรือทำตัวอย่างอัดแห้งมากนัก โดยสามารถใช้วิธีการเช่นเดียวกับการเก็บรวบรวมพืชบนบกได้ เพราะพืชพวกนี้จะแข็งแรงไม่เหี่ยวง่ายเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมพันไม้น้ำก็ต่างจากพันธุ์ไม้บนบก เพราะพันธุ์ไม้น้ำบางชนิดอาจจะลอยอยู่ในน้ำลึกห่างฝั่งมาก ต้องใช้ไม้ยาว ๆ ที่มีตะขอเกาะเกี่ยว หรือมีตะแกรงผูกติดตรงปลาไม้เพื่อที่จะได้ทำการตักหรือเกี่ยวต้นไม้มานั่นเอง 

หรือถ้าพันธ์ไม้นั้นอยู่ห่างฝั่งมากก็ต้องอาศัยเรือในการเก็บ พืชที่เก็บได้บางชนิดที่เหี่ยวง่ายควรตรวลักษณะบางอย่างทันที เช่น ลักษณะของดอก ผลใบ และหูใบเป็นต้น บันทึกลักษณะเอาไว้ ส่วนพืชที่มีขนาดเล็กการตรวจดูต้องนำแว่นขยายไปด้วย โดยทั่วไปมักใช้แว่นขยายที่มีกำลังขยายประมาณ 14-20 เท่า พันธุ์ไม้ที่เก็บมาแล้วถ้าต้องการเก็บให้สดและไม่หักเมื่อนำกลับมายังห้องปฏิบัติการ ให้นำมาใส่รวม ๆ กันในถังหรือถุงพลาสติก ใส่น้ำให้ท่วมราก เพื่อรักษาความชื้น 

ทุกครั้งในการออกไปทำการเก็บพันธุ์ไม้น้ำนั้น ก็อาจจะทำให้ลำบากหรือเสี่ยงกับอันตรายต่าง ๆ ได้ในการนำเครื่องมือต่าง ๆ ติดตัวไป เพื่อในเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ก็เป็นเรื่องที่คุณจำเป็นที่จะต้องใส่ใจต่อจุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่