หน้าที่ทางการเงิน

หน้าที่ทางการเงิน Finance Function

สำหรับหน้าที่ทางการเงิน Finance Function เป็นหน้าที่และกวามรับผิดชอบของผู้จัดการฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นงานที่จะต้องทำเกี่ยวกับการบริหารทางการเงิน การบริหารทางการเงินในรายละเอียดอาจแตกต่างกันในระหว่างองค์การต่าง ๆ แต่งานทางการเงินที่ยึดถือเป็นหลักใหญ่จะมีลักษณะเดียวกัน เช่นมีการจัดหาเงินทุนจากแหล่งการเงินภายนอก เงินทุนถูกนำมาแบ่งปันใช้ไปในทางต่าง ๆ กัน การไหลของเงินทุนจะมีบทบาทที่สำกัญในการจัดการเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การ

หน้าที่ทางการเงิน Finance Function

หน้าที่ทางการเงินที่สำคัญนี้จะต้องดำเนินโดยองค์การทุก ๆ แห่งไม่ว่าจะเป็นองค์การที่ประกอบธุรกิจ หน่วยงานหรือตัวแทนของรัฐบาล หรือองก็การอื่น ๆ ที่มีการดำเนินงานโดยไม่เสวงหากำไร เงินทุนเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานขององค์การได้มาจากบุกคล และสถาบันการเงินต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นในรูปของเงินกู้ พันธบัตร หุ้นสามัญ เป็นต้น

ผู้จัดการทางการเงินมีกวามรับผิดชอบเบื้องต้นต่อการจัดหาเงินทุนและมีส่วนรวมในการพิจารณาแบ่งปันเงินทุนเพื่อใช้ตามโครงการต่าง ๆที่เลือกไว้ และการใช้เงินทุนสำหรับสินค้าคงเหลือ โรงงาน เครื่องจักร วงจรการไหลของเงินสดจะต้องมีการบริหารที่ดี การจ่ายเงินที่จะต้องจ่ายให้แก่แรงงาน วัตถุดิบ และสินกัประเภททุนที่จะต้องซื้อจากตลาดภายนอก สินค้าและบริการที่องค์การผลิตขึ้นได้ทำให้มีเงินสดไหลเข้า ในการบริหารเงินสดไหลเข้าและไหลออก เงินสดบางส่วนจะไหลหมุนเวียนใหม่เข้ามาในวงจรอีก และบางส่วนก็จะไหลกลับไปสู่แหล่งทางการเงิน

ตลาดการเงิน

หน้าที่ของผู้จัดการทางการเงินมีลักษณะที่ชับซ้อน เพราะว่าในปัจจุบันนี้หน้าที่ในการออมและ หน้าที่ในการ่ลงทุนในเศรษฐกิจดำเนินไปโดยหน่วยต่าง ๆ ในทางเศรษฐกิจ สำหรับหน่วยที่มีเงินออมสะสม คือพวกที่มีเงินออมอยู่มากกว่าการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ และเป็นเจ้าของทรัพย์สินในทางการเงิน

สำหรับหน่วยเศรษฐกิจที่ขาดเงินออม เงินออมในปัจจุบันที่มีจะน้อยกว่าการลงทุนในทรัพย์สินแท้จริงต่าง ๆ ดังนั้น จึงใช้วิธีออกหนี้สินทางการเงิน หน่วยที่ขาดเงินออมจะออกหลักทรัพย์หรือเอกสารประเภทต่าง ๆ แสดงสิทธิเรียกร้องทางการเงิน เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน พันธบัตร และหุ้นสามัญ เป็นต้น

การโอนเงินทุนจากหน่วยที่มีเงินออมสะสม หรือหน่วยที่ขาดเงินออมสามารถได้มาซึ่งเงิบทุนเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทรัพย์สินทางการเงิน และหนี้สินทางการเงิน ตัวอย่างเช่น เมื่อบุคกลผู้หนึ่งฝากเงินสะสมทรัพย์ในธนาคาร การเงินฝากของบุคคลผู้นี้ในธนาคารก็จะเป็นทรัพย์สินทางการเงินซึ่งแสดงในงบดุลส่วนตัวของเขารวมกับพวกทรัพย์สินแท้จริ ทรัพย์สินแท้จริงต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่ รถยนต์ หรือสินค้าพวกที่เป็นเครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

เงินฝากสะสมทรัพย์เป็นหนี้สินของสถาบันการเงิน และแสดงเป็นหนี้สินทางการเงิน เมื่อมีการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือบุคคลอีกคนหนึ่งในการซื้อบ้าน ตัวอย่างเช่น สถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมเงินก็จะมีทรัพย์สินทางการเงินแสดงในงบดุลย์ของตน บุคคลผู้กู้ยืมเงินก็จะเกิดหนี้สินทางการเงินขึ้น เรียกว่าเงินกู้จากสถาบันการเงิน พิจารณาอีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น เมื่อบุคคลผู้หนึ่งซื้อสินค้าโดยการใช้เครดิตจากร้านค้าก็จะทำให้ร้านค้านั้นมีลูกหนี้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางการเงิน ส่วนบุคคลผู้ที่ซื้อสินค้าโดยใช้เครดิตก็จะมีหนี้สินทางการเงินเกิดขึ้น การติดต่อกันในทางการเงิน จะทำให้เกิดมีทรัพย์สินทางการเงินและหนี้สินทางการเงินขึ้นพร้อมกัน การเกิดมีขึ้นและการโอนกันของทรัพย์สินทางการเงินและหนี้สินทางการเงินทำให้เกิดตลาดการเงิน

 ลักษณะของตลาดการเงินสามารถอธิบายได้โดยเปรียบเทียบกับตลาดสินค้าอื่น ๆเช่น ตลาดสินค้าประเกทรถยนต์ก็จะเป็นการติดต่อการค้าเกี่ยวกับสินค้าประเภทรถยนต์ การติดต่อซื้อขายกันอาจทำกันที่สถานที่ของพ่อค้ารถยนต์  หรืออาจเป็นรถยนต์ประเภทใช้แล้วโดยเป็นการประมูลกันระหว่างพ่อค้ารถยนต์ด้วยกัน นอกจากนี้การติดต่อซื้อขายอาจมีขึ้นโดยตรงระหว่างบุคคลผู้เป็นเจ้าของที่ต้องการขายรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อโดยตรง ทั้งหมดนี้เรียกว่าเป็นตลาดรถยนต์ทั้งสิ้น

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่