transfer-motorola-recovery.com

รับซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าวินเทจ ทุกอย่าง

Category: วัฒนธรรม

บทบาทของกล้วยน้ำว้าในสังคมไทย

กล้วยน้ำว้า ผลไม้ที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เกิด เพราะตั้งแต่ทารก คุณพ่อคุณแม่ก็พากันป้อนกล้วยน้ำว้ามาตลอด เพราะเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญที่เด็กต้องการ แถมยังหาง่ายอีกด้วย และไม่ได้เป็นประโยชน์แค่เด็ก คนโตแล้วก็ได้รับประโยชน์ด้วย

วิธีการปลูกกล้วยน้ำว้า ให้มีกล้วยขายตลอดปี.. - เทรดฟอเร็กซ์ : Inspired by LnwShop.com

1. กล้วยน้ำว้า ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ รับประทานวันละ 5 – 6 ผล จะช่วยให้อาการคะคายเคืองลดน้อยลง

2. กล้วยน้ำว้า ยังช่วยระงับกลิ่นปากได้ วิธีการก็คือ รับประทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันที แล้วค่อยแปรงฟัน จะช่วยลดกลิ่นปากได้มาก

3. กล้วยน้ำว้ายังสามารถรักษาโรคกระเพาะ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินอยู่มาก จึงสามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้

4. กล้วยน้ำว้า แก้ท้องผูก ก็สามารถแก้ท้องเดินหรือท้องเสียได้

แต่ราคาของกล้วยน้ำว้าต่อหวีนั้นถูกแพงต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่ามีกล้วยน้ำว้าเยอะไหม หากไม่เยอะ ราคาก็จะแพง แต่ถ้าหากในชนบท ของแบบนี้หากินกันง่าย ๆ อีกทั้งบางพื้นที่มีความต้องการนำไปประกอบอาหาร เช่น กล้วยทอด กล้วยบวชชี ข้าวต้มมัด เป็นต้น กล้วยน้ำว้าก็จะเป็นที่ต้องการมาก

กล้วยน้ำว้ายังเป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการทางด้านพิธีกรรม เช่น พิธีขึ้นศาลเดือน 6 หรือพิธีต่าง ๆ  ตามหลักปฏิบัติทางความเชื่อของสังคมเกษตรกรรม อีกทั้งยังต้องใช้กล้วยน้ำว้าไปประกอบอาหารด้วย ทำให้กล้วยน้ำว้ามีความสำคัญกับสังคมไทยมาก

ผลไม้มงคล 9 อย่าง เป็นของไหว้เจ้าที่ เสริมชะตาชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ลอยกระทงเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยจริงหรือเปล่า?

สืบเนื่องจากวันลอยกระทงเพิ่งผ่านพ้นไป ทำให้มีผู้คนจำนวนมากพูดถึงประวัติการลอยกระทง มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย คำถามคือ การลอยกระทงมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจริงหรือ???

วันนี้เรามีบทความทางประวัติมาให้อ่านกัน

ลอยกระทง เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยจริงหรือ?

“ลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ของทุกปี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันมายาวนานว่า ประเพณีนี้มีจุดเริ่มต้นในสมัยใดกันแน่

ปัจจุบันประเพณีลอยกระทงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ละพื้นที่จะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะมีความเชื่อแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น ลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคาที่ล่วงเกินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลอยทุกข์ลอยโศกโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับกระทง เป็นต้น โดยปีนี้วันลอยกระทงจะตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

 

ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าลอยกระทงได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่คำว่าลอยกระทงเริ่มเด่นชัดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้ฟื้นฟูประเพณีพิธีการสำคัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร และความจำเป็นด้านอื่นๆ จึงมีพระราชนิพนธ์หนังสือตำราท้าวศรีจุฬาลักษณ์ โดยจะสมมุติฉากในเรื่องเป็นสมัยสุโขทัย จึงเกิดการทำกระทงด้วยใบตองแทนวัสดุอื่นๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไป การทำกระทงด้วยใบตองก็แพร่หลายไปที่ต่างๆ จนถึงปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงลอยกระทง สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือนางนพมาศ และสมัยสุโขทัย แต่ว่าในศิลาจารึกและเอกสารต่างๆ ไม่มีคำว่า “ลอยกระทง” แต่จะมีประเพณีที่มีลักษณะคล้ายกับการลอยกระทง โดยในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงเรียกว่า “เผาเทียน เล่นไฟ” ซึ่งมีความหมายกว้างๆว่า ทำบุญไหว้พระ แม้แต่ในสมัยอยุธยา ทั้งเอกสารและวรรณคดี มีแต่ชื่อ ชักโคม ลอยโคม และแขวนโคม ดังตัวอย่างจากจดหมายเหตุลาลูแบร์ดังนี้

ลอยกระทง จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ

“ประชาชนพลเมืองจะแสดงความขอบคุณแม่คงคาด้วยการตามประทีปโคมไฟขนาดใหญ่ (ในแม่น้ำ) อยู่หลายคืน…เราจะเห็นทั้งลำแม่น้ำเต็มไปด้วยดวงประทีปลอยน้ำ…ไปตามกระแสธาร มีขนาดใหญ่ย่อมต่างกันตามศรัทธาปสาทะของแต่ละคน…โดยนัยเดียวกัน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแม่พระธรณี ที่อนุเคราะห์ให้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์ในวันต้นๆ ของปีใหม่ชาวสยามก็จะตามประทีปโคมไฟขึ้นอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง”

ด้วยเหตุนี้คำว่า “ลอยกระทง” จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นาน และชัดเจนในยุคต้นรัตนโกสินทร์ โดยจากหลักฐานพระราชพงศาวดารแผ่นดิน รัชกาลที่ 3 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ และเรื่องนางนพมาศ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 3

อย่างไรก็ตาม ประเพณีลอยกระทงจะเกิดขึ้นหรือพัฒนามาจากสิ่งใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัวและชุมชน ที่ร่วมกันจัดงานลอยกระทงขึ้น เพื่อให้รู้จักบุญคุณของน้ำ และดูแลรักษาทรัพยากรของประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป”

 

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/history/article_12689

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén