เรื่องของการคัดลอกหนังสือด้วยมือ

เรื่องของการคัดลอกหนังสือด้วยมือ Copying Books by Hand

การเขียนโดยการใช้ตัวอักษร Copying Books by Hand ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพราะความสามารถของสื่อที่นำติดตัวไปได้ เช่น กระดาษ (papyrus) แผ่นหนัง (parchment) แผ่นหนังลูกวัว (vellum) มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับชาวโรมันที่จะพัฒนาในเรื่องของกระดาษ จากกระดาษม้วนที่หนักจนมาเป็นหนังสือเย็บเล่ม ในหน้ากระดาษมีข้อความที่เขียนข้อความทั้งสองด้าน มีการเย็บเข้าเล่ม มีปก และมีการพัฒนามาจนเป็นรูปแบบของหนังสือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันชาวโรมันได้แก้ไขปรับปรุงการทำหนังสือให้ดีขึ้น มีโครงสร้างของไวยากรณ์ที่เราใช้ในการสร้างประโยค มีการใช้ย่อหน้า และเครื่องหมายวรรคตอน ซึ่งเป็นรูปแบบเหมือนกับที่มีอยู่ในหนังสือในยุคปัจจุบัน

คัดลอกหนังสือด้วยมือ Copying Books by Hand เกิดขึ้นเมื่อใด

ประมาณตันคริสต์ศักราช 410 (A.D.) หมู่ซนที่ไม่รู้หนังสือ (The Germanic Visigoths และVandals)พวกเชื้อสายเยอรมันที่ยังป่าเถื่อนอยู่ ได้จูโจมเข้ามารุกรานกรุงโรม ในปี 476 จักรพรรดิองค์สุดท้ายได้ถูกขับไล่ออกจากราชบัลลังก์ จึงทำให้อาณาจักรโรมันที่ยิ่งใหญ่

ซึ่งมีอำนาจปกครองโลกเป็นเวลาเกือบ 1,000 ปี ได้มาถึงจุดอวสานอย่างไร้ศักดิ์ศรี ตัวอักษรโรมันและศิลปะการผลิตหนังสือได้สูญหายไปเมื่อโลกตะวันตกเข้าสู่ยุคมืด (Dark Ages) ซึ่งเป็นเวลานานถึง 7 ศตวรรษภาย ในวัดของคริสต์เตียน

ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเก็บรักษาและแก้ไขปรับปรุงความรู้อันมีคุณค่าของการเขียนด้วยตัวอักษรและหนังสือให้ดีขึ้น การใช้อักษรโรมันและรูปแบบของตัวอักษรและภาษาลาดิน พวกพระที่มีความขยันได้คัดลอกหนังสือด้วยมือเป็นจำนวนพัน ๆ เล่ม ที่เรียกว่า manuscript

หนังสือส่วนใหญ่ได้ผลิตขึ้นภายในวัด  วัตถุประสงค์ของการผลิตก็เพื่อการใช้ในวัดและในโรงเรียน หนังสือบางฉบับเป็นงานทางศิลปะที่งดงาม ตกแต่งด้วยตัวอักษรและภาพวาดที่มีความประณีตสวยงาม หนังสือที่สวยที่สุดที่ได้ผลิตออกมา เป็นหนังสือที่พิเศษไม่ธรรมดา คือBooks of Kells ที่สร้างสรรค์ผลงานโดยพวกพระ เมื่อประมาณ 800 A. D.

ในวัดที่อยู่ห่างไกลออกไปทางตะวันตกของ Ireland การเขียนหนังสือและการระบายภาพสีประกอบ ได้มีการใช้วัสดุที่มาจากส่วนต่าง ๆ ของโลก หนังสือที่รู้จักกันดีในขณะนั้น คือ the Book of Kells เป็นการแสดงศรัทธาที่มีต่อศาสนาอย่างแรงกล้า

หนังสือฉบับนี้ยังคงมีหลงเหลือให้เห็นอยู่อย่างสมบูรณ์ โดยไม่บุบสลายมาจนถึงซึ่ง the Book of Kells  ถือว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศ Ireland และได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ Trinity College ในเมือง Dublin ในขณะที่ยุโรปกำลังออกจากยุคมืด (Dark Ages) อย่างช้าๆ ความสนใจในเรื่องของหนังสือและการเขียนก็เติบโตขึ้น มีผู้รู้หนังสือมากขึ้น

ไม่เพียงแต่พระเท่านั้นที่สามารถคัดลอกหนังสือด้วยลายมือได้ ในศูนย์กลางเมืองที่เจริญหลาย ๆ เมือง มีการโฆษณาการทำหนังสือและการขายขึ้น เรียกว่า Scriptoria และองค์ประที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการผลิตหนังสือคือ การที่ประชากรรู้หนังสือมากขึ้นปัจจุบัน

สิ่งประดิษฐ์และการเผยแพร่สิ่งพิมพ์

วิวัฒนาของเทคโนโลยีการพิมพ์ตั้งแต่เริ่มแรกนั้น ไม่เหมือนกับสิ่งที่ปรากฎให้เห็นอย่างในปัจจุบัน หลายสิ่งหลายอย่างที่มีมาก่น ได้แก่ กระดาษ และแผ่นหนัง การอ่านออกเขียนได้  ความต้องการเอกสารที่มีความละเอียดละออมากขึ้น  รูปแบบของหนังสือ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมตะวันตก

สิ่งประดิษฐ์สำหรับการพิมพ์ที่มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ  ได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดของคน ๆ หนึ่ง ได้ทำให้เกิดความแตกต่างขึ้น สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ในการพิมพ์ที่สามารถเคลื่อนย้าย หรือหิ้วไปได้ คือความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่พิเศษจริงๆ

 

จำนวนหนังสือที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์ได้แพร่หลายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว ระหว่างยุคincunabula (ยุคระหว่างปี 1455 – 1501) กระแสคลื่นของหนังสือที่พิมพ์ในภาษาท้องถิ่นของคนอังกฤษ (ที่ไม่ใช่ภาษาลาติน) ได้ผ่านเข้ามายังประชาชนที่มีความต้องการหนังสือ  ในยุคนั้น ไม่มีใครรู้ว่า หนังสือที่พิมพ์ออกมามีจำนวนเท่าไร แต่ประมาณการว่า มีประมาณ 8 -20ฉบับ ซึ่งหนังสือ 1 เรื่อง สามารถผลิตสำเนาออกมาได้ประมาณ 500 ฉบับ ดังนั้น  หนังสือที่ผลิตได้จึงมีจำนวนมากมายมหาศาล

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่