ปัญหาการลอบทำร้าย

ปัญหาการลอบทำร้าย assassination

เป็นปัญหาสังคม ที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ไม่ว่าสังคมที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา บุคคลที่ถูกลอบทำร้าย assassination นั้นอาจเป็นผู้บริหารสูงสุดหรือผู้นำของประเทศ หรือประชาชนธรรมดากลวิธีและกรรมวิธีในการลอบทำร้ายนั้นมีหลายอย่างต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ การใช้ระเบิดขว้างปาหรือนำรถบรรทุกระเบิดไปจอดไว้ในบ้านผู้ที่ต้องการจะทำร้าย บางคนใช้มือปืนรับจ้างลอบสังหารตอนขับรถ บางคนถูกลอบทำร้ายตอนติดไฟแดง เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศ ประเทศหนึ่งหรือถูกลอบทำร้ายขณะนั่งรับประทานอาหาร

สาเหตุแห่งการลอบทำร้าย assassination มีอะไรบ้าง

มีหลายประการ ได้แก่

  • ต้องการแก้แค้น
  • ขัดผลประโยชน์ส่วนตัว
  • ด้านเศรษฐกิจการค้า
  • การเมือง
  • เพื่อข่มขวัญศัตรูหรือประชากร
  • เสียหน้า

ผลของการลอบทำร้าย มีอะไรบ้าง

  • ทำให้มีการแก้แค้นกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  • ถ้าหากผู้ถูกลอบทำร้ายเป็นผู้นำทางการเมือง ทำให้สูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของชาติ
  • กระทบกระเทือนต่อสวัดิภาพของประชาชน
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจในการที่ผู้นำถูกลอบทำร้ายหรือผลเสียทางด้านเศรษฐกิจในกรณีที่หัวหน้าครอบครัวถูกลอบทำร้าย

สถิติเกี่ยวกับการลอบทำร้ายหรือการฆ่ากันตาย

ในปี 2525 มีสถิติการฆ่ากันตาย ในไทย 12,000 คน1 หรือเท่ากับ 25 : 100,000 นับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่า ญี่ปุ่น อินเดีย ยุโรป และอเมริกา มีสาเหตุเนื่องจากผิดหวังในเรื่องดวามรักรวมอยู่ด้วย ในสังคมชาวโลกอื่น ๆ จะไม่ค่อยประสบปัญหาการฆ่ากันตายเพราะผิดหวังในเรื่องความรัก ถ้าใจไม่ตรงกันก็จะต่างคนต่างไปมีวิถีทางของตนเอง

ตัวอย่างการลอบสังหาร ผู้นำที่มีชื่อเสียงของโลก

ข่าวการลอบสังหาร นายโอลาฟ พาลเม่ นักสันติภาพคนสำคัญของโลก นายกรัฐมนตรีสวีเดนวัย 59 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2529 สวีเดน เป็นสังคมตัวอย่างของโลกเป็นรัฐสวัสดิการ เป็นสังคมนิยมประชาธิปไตย นายพาลเม่ เป็นผู้เรียกร้องต่อผู้นำโลกเสรีและคอมมิวนิสต์ให้มีเขตปลอดนิวเคลียร์ ลดปัญหาความขัดแย้งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พยายามไกล่เกลี่ยให้ยุติสงครามอิรัก – อิหร่าน ต่อต้านการแบ่งแยกผิว ส่งเสริมให้มีการเจรจา ลดอาวุธ

 ดำเนินนโยบายเป็นกลางอย่างเคร่งครัด นายกฯ พาลเม่ เกิดในครอบครัวชนชั้นสูง เป็นบุตรคนสุดท้องจาก 3 คนของครอบครัวขณะที่ศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ที่ มหาวิทยาลัย เดนยอน ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้เกรดเอตลอด พูดได้หลายภาษา เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ เคยท่องเที่ยวไปทั่วสหรัฐอเมริกา ใช้เวลา 4 เดือน ด้วยเงินเพียง 300 เหรียญ ทำให้ทราบถึงชีวิตทุกแง่ทุกมุมในสหรัฐอเมริกา

ในปี พ.ศ. 2492 แต่งงานกับนักศึกษาชาวเชดโกสโลวาเกีย เพื่อช่วยให้เธอหนีออกมาจากประเทศคอมมีวนิสต์ หย่าร้างกันในปีต่อมา สมรสกับลิสเบธ เบคฟรีส ในปี พ.ศ. 2499 มีบุตร3 คน

หลังจากนั้น เริ่มเล่นการเมือง และเริ่มเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2521 ธรรมดานายกรัฐมนตรีต้องมีหน่วยรักษาความปลอดภัยให้ความคุ้มครอง แต่พาลเม่ ต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวไปชมภาพยนตร์กับภรรยา ชอบแต่งกายและทำตัวสบาย ๆ

ผู้ก่อการร้าย โฮลกอร์ไมน์ แห่งเยอรมันตะวันตก อ้างว่าเป็นผู้สังหารนายกพาลเม่เนื่องจากผูกใจเจ็บมา 10 ปี กลุ่มนี้แยกตัวมาจากกลุ่ม บาเดอร์ – ไมฮอฟ หัวหน้าผู้ก่อการร้ายชื่อ บาเดอร์-ไมฮอฟ ถูกจับที่แฟรงเฟริต ในปี พ.ศ. 2517 อดอาหารและตายในคุก

 นายกฯพาลเม่ผู้นี้ เป็นผู้จับผู้ก่อการร้ายที่อาละวาดอยู่ในกรุงสต๊อกโฮม 6 คน ยึดสถานทูตเยอรมันตะวันตกในกรุงสต๊อกโฮม ส่งให้เยอรมันตะวันตก ผู้ก่อการร้ายเรียกร้องให้ทางการเยอรมันปล่อยพวกของตนอยู่ในคุกเสีย อาจเป็นไปได้และไม่ได้ตามคำกล่าวอ้าง ทั้งนี้ต้องรอการสอบสวนของตำรวจสวีเดนก่อน หรือถ้าหากเป็นการกระทำของคนต่างชาติจะทำให้เกิดการต่อต้านผิวในสังคมเปิดแบบสวีเดน ซึ่งเป็นที่ลี้ภัยทางการเมืองของนักการเมืองทั่วโลก ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในประเทศของตน อาจขอลี้ภัยในสวีเดนได้

 

สรุปได้ว่าปัญหาการลอบทำร้ายเป็นบัญหาสังคม ที่เกิดมีขึ้นในทุกสังคม ไม่ว่าสังคมที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา บุคคลที่เป็นเป้าหมายอาจจะเป็นบุดคลธรรมดา ประชาชนทั่วไปด้วยกันเองที่มีผลประโยชน์ขัดกัน เคยทำงานด้วยกันมาก่อนแล้วเกิดความขัดแย้งกัน จนถึงผู้บริหารสูงสุดหรือ ผู้นำของประเทศ ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความก้าวหน้าของประเทศ ดังที่ปรากฏในสถิติการถูกลอบทำร้ายของบรรดาผู้นำโลก

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่