โรคเอดส์

 

ทำความรู้จักกับ โรคน่ากลัว โรคเอดส์ AIDS

โดยสำหรับในโลกยุคปัจจุบันของเราทุกคนนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรค  หรือโรคเอดส์ AIDS ถือเป็นปัญหาหลักสำคัญที่สามารถพบได้เยอะมากทีเดียวไม่ว่าจะประเทศไหน โดยในประเทศไทยเองก็มีผู้ติดเชื้อ HIV อยู่ประมาณ 500,000 คน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคเอดส์โดยประมาณ 18,000 คน ต่อปี  เฉลี่ยวันละ 49 คนด้วยกันทั่วโลก

โรคเอดส์ AIDS สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่

  • ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน คือ ระยะที่รับเชื้อมาใหม่ ๆ แล้วผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งนั้นจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัด แต่ผู้ที่ติดเชื้ออีกส่วนหนึ่งจะไม่มีอาการ ซึ่งทำให้ไม่ทราบว่าตนเองนั้นติดเชื้อเอชไอวีมาแล้ว
  • ระยะไม่ปรากฏอาการ คือ เป็นระยะที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ จึงทำให้ผู้ที่ติดเชื้อนั้นสามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นได้อย่างง่ายดาย โดยการที่มีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ได้ป้องกัน เนื่องจากไม่ทราบว่าตนเองนั้นติดเชื้อ
  • ระยะเวลาการมีอาการ คือ ในระยะนี้จะมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น เริ่มมีฝ้าขาวในปาก มีตุ่มคันขึ้นตามแขนขา มีไข้และเรื้อรังมากกว่าระยะเวลา 2 สัปดาห์ ท้องเสียเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งน้ำหนักจะลดมากกว่าร้อยละ 10 เป็นต้น และจะทำให้เป็นระยะที่ผู้ติดเชื้อนั้นอาจจะสงสัยว่าตนเองนั้นมีความผิดปกติ และอาจจะต้องมาพบแพทย์

สาเหตุของการเป็นโรคเอดส์ คือ

โรคเอดส์ เกิดจากการที่ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายเม็ดเลือดขาว และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวนั้นทำงานตกบกพร่อง โดยที่เชื้อเอชไอวีนั้นสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการรับของเหลวอย่างเช่นเลือด และสามารถติดกันได้ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อเอดส์

ซึ่งการที่ติดเชื้อจากแม่สู่ลูกนั้นจะผ่านการตั้งครรภ์ การคลอด การให้นม และการใช้เข็มฉีดยาหรือสิ่งของที่มีเลือดและของเหลวของผู้ที่ติดเชื้ออยู่ เป็นต้น การติดเชื้อ HIV นั้นไม่เท่ากับการเป็นโรคเอดส์เสมอไป ซึ่ง เชื้อ HIV ก็คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เข้าสู่ร่างกายของคนเราแล้ว ก็จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว และส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นตกบกพร่อง ทำให้ร่างกายของผู้ที่ได้รับเชื้อนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานโรคต่าง ๆ ได้

อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ “โรคฉวยโอกาส” หรือโรคแทรกซ้อนนั้นเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ง่ายอีกเช่นกัน เช่น โรควัณโรคปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลืองและโรคทางสมอง ซึ่งอาจจะส่งผลที่ค่อนข้างที่จะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้ โดยส่วนใหญ่นั้นอาจจะเกิดมาจากสาเหตุเหล่านี้ การมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่สวมถุงยางอนามัย โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนอยู่บ่อย ๆ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน มักที่จะพบได้ในผู้ที่มีการเสพยาเสพติด การติดต่อผ่านทางทางบาดแผล ทั้งทางผิวหนังและทางช่องปาก การติดเชื้อจากแม่ไปสู่ลูก

ปัจจุบันนี้ จำนวนผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือ โรคเอดส์ ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นหากทำการเทียบกับช่วงแรกแต่พบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มาให้ตรวจและทำการรักษาอยู่เกือบจะทุกวัน ดังนั้นจึงเชื่อว่าจำนวนผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้นไม่ได้มีจำนวนที่ลดลงมาเลย เราจึงสมควรที่จะดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ทำอะไรที่ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงแก่ตัวเอง เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองและความรับผิดชอบต่อผู้คนรอบข้าง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่